5 เทคนิคใช้สื่อทำการตลาดออฟไลน์ควบคู่ไปกับออนไลน์เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจดิจิทัล

 

ธุรกิจในปัจจุบันเล็งเห็นความสำคัญของการใช้สื่อออนไลน์กันมากขึ้น เพราะการทำการตลาดออนไลน์นั้นมีข้อดีหลายประการด้วยกัน ทั้งเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า รวดเร็วเผยแพร่ได้ทันทีไม่ต้องรอ ลูกค้าที่ชอบใจสามารถบอกต่อด้วยการแชร์โฆษณานั้นได้ทันที เป็นการสื่อสารแบบสองทางเพราะธุรกิจสามารถพูดคุยโต้ตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นสื่อออนไลน์ยังมีตัวชี้วัดผลสำเร็จซึ่งก็คือยอดคลิก ยอดวิว รวมไปถึงยอดการซื้อสินค้าหรือบริการที่เกิดจากการชมโฆษณานั้น ๆ อีกด้วย

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าการทำการตลาดออนไลน์นั้นก็มีข้อจำกัดอยู่ ซึ่งหนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญก็คือ เรื่องของความน่าเชื่อถือนั่นเอง เราต้องยอมรับว่าการใช้สื่อโฆษณาออนไลน์นั้นน่าเชื่อถือสู้สื่อโฆษณาออฟไลน์ไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า และไม่ว่าใครก็ใช้สื่อออนไลน์กันได้ง่าย ๆ

 

ดังนั้นในยุคปัจจุบันธุรกิจจึงต้องทำการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป จะทำเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ สินค้าหรือบริการบางประเภทเลือกโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องใช้สื่อหลักควบคู่กันไปเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวธุรกิจและผลิตภัณฑ์ด้วย

 

 

1 เพิ่มความมีตัวตน

ธุรกิจที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารกับลูกค้าจนถึงการขายและจ่ายเงินเป็นช่องทางหลัก หากอยากขยายธุรกิจให้มีลูกค้ามากขึ้นและรักษาสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าอาจจำเป็นต้องใช้เทคนิคเพิ่มความมีตัวตนของเราให้ลูกค้ารับรู้ได้เข้าไปผ่านการทำการตลาดออฟไลน์ เช่น มีการโทรศัพท์ไปสอบถามถึงผลความพึงพอใจในการใช้สินค้าหรือบริการ เป็นต้น

 

2 โปรโมทสินค้าผ่านช่องทางหลัก

การทำการตลาดออฟไลน์ อย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือแม้แต่การจัดอีเว้นท์เป็นของตัวเอง เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจเรามากขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าเห็นธุรกิจเราผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วไม่แน่ใจว่าธุรกิจเราเป็นอย่างไร จะไว้ใจใช้สินค้าหรือบริการของเราหรือไม่ คราวนี้ลูกค้าก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

 

3 ทำให้ลูกค้าเข้าถึง

การตลาดแบบออนไลน์แม้จะมีประสิทธิภาพแต่บางครั้งก็ขาดในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกไป ซึ่งมีลูกค้าไม่น้อยที่ต้องการ เขาเลือกซื้อสินค้าและบริการไม่ใช่เพราะดีและถูกอย่างเดียว แต่เกิดจากความชอบส่วนตัว หรือไม่ก็ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อพนักงานขาย เราต้องสร้างความรู้สึกแบบนี้ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าให้ได้ เช่น มีช่องทางในการติดต่อธุรกิจที่ไม่ได้ผ่านหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์อย่างเดียว อย่างมีเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ติดต่อ หรือมี call center ไว้บริการ เป็นต้น

 

4 สร้างการรับรู้แบรนด์

อันนี้เป็นตัวอย่างจากธุรกิจอีคอมเมิร์ชรายใหญ่ของเกาหลี 11Steet ที่แม้ธุรกิจหลักคือการซื้อขายออนไลน์ แต่ 11Street ก็ยังเลือกที่จะโฆษณาผ่านโปสเตอร์ติดทั่วเต็มพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า BTS โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และเปลี่ยนจากกลุ่มเป้าหมายออฟไลน์ไปเป็นลูกค้าออนไลน์ในที่สุดนั่นเอง

 

5 จับกลุ่มเป้าหมายอื่น

สินค้าหรือบริการหลายชนิดที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย การทำการตลาดออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจทำให้พลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายกับกลุ่มเป้าหมายอื่นที่เข้าไม่ถึงหรือไม่นิยมใช้เทคโนโลยีได้ ยิ่งโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้น้อยหรือช้ากว่าคนในวัยอื่น ๆ ก็จะไม่ค่อยเชื่อถือระบบออนไลน์เท่าไร่นัก จะชินกับการตลาดแบบเดิมมากกว่า จึงสำคัญที่ธุรกิจจะละเลยการตลาดออฟไลน์เลยก็ไม่ได้

 

 

 

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามเรื่องราวต่างๆ จาก The Foto’Dio

หากบทความนี้เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถแชร์ให้เพื่อนๆ ของคุณได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ได้เช่นกัน

ขอบคุณค่ะ / Admin The Foto’Dio

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =